Breaking

จากสถานการณ์การแพร่กระจายของเชื้อโควิด-19 ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. มีความกังวลใจ จึงร่วมกันระดมความคิดเห็นในการเสนอมาตรการเพื่อช่วยเหลือภาครัฐ ในการขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนโควิด-19ให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้อย่างรวดเร็ว

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุมกรรมการบริหาร ส.อ.ท. เมื่อวานนี้ มีวาระเร่งด่วนเพื่อหารือเรื่องมาตรการแก้ไขปัญหาโควิด-19 โดยเห็นว่าการฉีควัคซีนให้รวดเร็วและครอบคลุมจะช่วยป้องกันและลดจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศได้ แต่การขับเคลื่อนการฉีดวัคซีนยังคงประสบปัญหาคอขวดด้วยกัน 4 ประการ ได้แก่

  1. จำนวนวัคซีนที่ไม่พอเพียงต่อจำนวนประชากรในประเทศ
  2. การฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างล่าช้าเนื่องจากบุคคลากรที่สามารถฉีดได้ไม่พอเพียง (บุคคลากร และสถานที่) ปัจจุบันมีเพียงแพทย์และพยาบาลเท่านั้นที่สามารถฉีดวัคซีนได้
  3. ปัญหาเรื่องการกระจายวัคซีน
  4. การสร้างความเชื่อมั่นหลังการฉีดวัคซีน

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร ส.อ.ท. ได้ร่วมกันระดมความคิดเพื่อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาดังนี้

1.ปัญหาด้านจำนวนวัคซีนที่ไม่พอเพียงต่อจำนวนประชากรในประเทศ โดย ส.อ.ท. เสนอให้ภาครัฐเปิดกว้างให้ภาคเอกชนสามารถนำเข้าวัคซีนได้ภายใต้การกำกับดูแลของภาครัฐ เพื่อให้ภาคเอกชนสามารถเข้าถึงวัคซีนด้วยความรวดเร็วรวมถึงลดภาระการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐ

2.ปัญหาด้านอัตราการฉีดวัคซีนที่ค่อนข้างล่าช้าเนื่องจากบุคคลากรที่สามารถฉีดได้ไม่พอเพียง(บุคคลากร และสถานที่) ส.อ.ท. จำแนกปัญหาออกเป็น 2 ส่วนหลักคือ ด้านบุคคลากรที่สามารถฉีดวัคซีนมีไม่เพียงพอ และสถานที่ใช้ฉีดมีจำนวนจำกัด ดังนั้น ส.อ.ท. จึงเสนอแนวทางดังนี้

2.1 ด้านบุคคลากร เสนอให้ภาครัฐเร่งผลิตบุคคลากรที่สามารถดูแลการฉีดวัคซีนได้เฉพาะกิจ ซึ่งปัจจุบันมีเพียงแพทย์และพยาบาลที่เป็นวิชาชีพที่สามารถฉีดวัคซีนได้ โดยอบรมนักศึกษาแพทย์ / เภสัชกร ให้สามารถทำการฉีดวัคซีนและสังเกตุอาการก่อนฉีด และหลังฉีดได้ โดยสภาอุตสาหกรรมฯ ร่วมกับแพทยสภาจัดการฝึกอบรมออนไลน์ด้วยแพทย์และพยาบาลผู้เชี่ยวชาญผ่านแพลตฟอร์ม FTI Academy เพื่อเพิ่มบุคคลากรที่สามารถทำการฉีดวัคซีนดังกล่าวได้

2.2 เพิ่มสถานที่ในการบริการการฉีดวัคซีน โดยสภาอุตสาหกรรมฯ ได้ประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่มีพื้นที่สำหรับจัดเป็นจุดฉีดวัคซีนเพิ่มเติมดังนี้
– ปั้มน้ำมันบางจากทั่วประเทศ (1,200 กว่าสถานี)
– โรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ โดยสภาอุตสาหกรรมฯจะทำการประสานโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศให้จัดพื้นที่ภายในโรงงานให้เป็นสถานที่ฉีดวัคซีน

3 . ปัญหาด้านการกระจายวัคซีน ส.อ.ท. เสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพิจารณาแผนการกระจายวัคซีนเพื่อช่วยภาครัฐในการวางแผนการกระจายวัคซีนให้อย่างรวมเร็วและมีประสิทธิภาพ

4 . ปัญหาด้านการสร้างความเชื่อมั่นหลังการฉีดวัคซีน ส.อ.ท. เสนอให้จัดทำแพลตฟอร์มวัคซีนพาสปอร์ตเพื่อใช้สำหรับการเดินทางทั้งในและต่างประเทศ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในทุกภาคส่วนโดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวประเทศ

ทั้งนี้ นายสุพันธุ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การแก้ปัญหาโควิด-19 เป็นหน้าที่ของทุกภาคส่วนที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกัน ส.อ.ท. มีความพร้อมในการเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยขับเคลื่อนมาตรการต่างๆ เพื่อช่วยบรรเทาความรุนแรงของการแพร่ระบาด รวมถึงการผลักดันให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าในการฟื้นฟูประเทศได้อย่างรวดเร็ว”

ที่มา: ส.อ.ท.